สถานที่ท่องเที่ยวประเทศออสเตรีย ที่น่าไปสัมผัส

สถานที่ท่องเที่ยวที่นอกกระแสนั้นไม่ได้มีเพียงแค่ในประเทศเท่านั้น  สถานที่ท่องเที่ยวประเทศออสเตรีย  ต่างประเทศก็มีสถานที่ท่องเที่ยวที่นอกกระแสเช่นกัน ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่นอกกระแสของต่างประเทศก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจเช่นเดียวกัน ซึ่งในตอนที่เราได้มีโอกาสไปท่องเที่ยวในต่างประเทศนั้น ส่วนใหญ่เราจะทำการไปท่องเที่ยวในสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นแหล่งสำคัญ

หรือสถานที่ท่องเที่ยวเที่ยวที่ยอดฮิตในช่วงนั้นเป็นส่วนใหญ่ และไม่ค่อยที่จะมีโอกาสได้ไปท่องเที่ยวที่นอกกระแสสักเท่าไหร่ แต่ก็จะมีผู้คนบางส่วนที่ไม่อยากไปท่องเที่ยวในสถานที่ที่สำคัญเพราะคนอาจจะเยอะ หรือไม่ใช่สถานที่ที่เราต้องการที่จะไปก็สามารถที่จะไปท่องเที่ยวในสถานที่ท่องเที่ยวนอกกระแสเหล่านี้ได้เช่นกัน

  1. kitzbuhle

เป็นเมืองที่มีความคลาสสิกที่อยู่กลางขุนเขาของรัฐ Tirol ที่ห่างจากเมืองท่องเที่ยวชื่อดังของออสเตรียอย่าง Innsbruck มา100 กิโล ซึ่งเมืองนี้เป็นเมืองที่ได้มีการสร้างมาตั้งแต่ในยุคกลางแล้ว และได้เป็นเมืองที่เรียกได้ว่าเป็นเมืองกีฟ้าของฤดูหนาวที่มีความนิยมมากที่สุดของเทือกเขาแอลป์เลย เพราะว่าเป็นเมืองที่มีการตั้งอยู่ระหว่างภูเขา2ลูกนั้นก็คือ ภูเขาHahnenkamm และภูเขาKitzbuhler Horn และสกีรีสอทร์ของแต่ล่ะที่นั้นก็ได้เปรียบเสมือนสวรรค์ของผู้ที่ชอบกีฬาของฤดูหนาวเลย

  1. St. Wolfgang im Salzkammergut

เป็นอดีตของศุนย์กลางค้าของประเทศ Austria ซึ่งเป็นเมืองที่เล็กตั้งอยู่ริมฝั่งของทะเลสาบทางด้านเหนือของ Wolfgagsee ซึ่งมีเมืองที่เป็นเมืองผักผ่อนที่โด่งดังมากๆอยู่ด้วย ไม่ว่าเป็นโรงแรม Weibes Rossl หรือโรงแรม White House inn ที่เป็นโรงแรมที่มีชื่องเสียงที่โด่งดังไปทั่วทั้งยุโรปเลย นอกจากนี้ยังจะมีสถาปัตยกรรมของโบสถ์โกธิค ที่เป็นโบสถ์ที่เสน่ห์และมีความสำคัญของเมือง นอกจากนี้ในเมืองแห่งนี้ยังจะมีสปาที่น่าสนใจมากมายด้วย

  1. Rattenberg

เป็นเมืองเก่าที่มีขนาดเล็กที่สุดของประเทศเลย ซึ่งเมืองๆนี้จะเต็มไปด้วยอาคารสไตล์แคว้นทิโรลที่มีหลายสีสัน และเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของสมัยยุคกลาง ซึ่งเมืองๆนี้จะเป็นเมืองที่มีการเปิดร้านขายของเต็มไปหมดเลย ซึ่งส่วนใหญ่จะมีการขายและคริสตันเป็นส่วนใหญ่

  1. Bad Gastein

เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนแนวของภูเขา Hohe Taurn ที่มีความสูงจากน้ำทะเล 1,002 เมตร ซึ่งเมืองนี้จะเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องการทำสปาน้ำแร่มาก เพราะว่าได้มีการทำสปาน้ำแร่เพื่อสุขภาพมาตั้งแต่สมัยยุคกลางแล้ว และยังจะมีน้ำตก Gastein ที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังมาก นอกจากนี้อาคารของที่นี้ยังจะมีความหรูหราและได้มีการสร้างมาตั้งแต่ปลายศตวรรค์ที่19 อยู่มากมายเลย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ufabet ฝาก-ถอน ออโต้

พาชมตลาดเช้าผักผลไม้ที่ Nelson   Street และ Canton Road ที่ประเทศฮ่องกง      

         สำหรับการเดินทางไปเที่ยวที่ประเทศฮ่องกงในครั้งนี้เราจะ พาชมตลาดเช้าผักผลไม้ เช้าของที่ประเทศฮ่องกงซึ่งชาวบ้านนั้นจะตื่นกันแต่เช้าออกมาค้าขายเป็นโซนขายพวกผักและผลไม้ที่มีชื่อเสียงมากโดยในช่วงเช้านั้นที่ประเทศฮ่องกงจะมีการปิดถนนทั้งหมดด้วยกัน 2 สายสำหรับเอาไว้เปิดร้านขายผักและผลไม้รวมถึงเนื้อสัตว์เลยทีเดียวโดยถนนทั้งสองเส้นนั้นก็คือ  Nelson   Street และ Canton Road  นั่นเอง 

       แน่นอนว่าลักษณะของตลาดเช้าของที่นี่ก็ไม่ได้แตกต่างจากตลาดเช้าของประเทศไทยมากนักนั่นก็คือจะมีของออกมาวางขายตามบริเวณท้องถนนเต็มไปหมดนอกจากนี้ก็จะมีชาวบ้านออกมาจับจ่ายซื้อของในช่วงเวลาเช้ากันมากมายและดูคึกคักกันมากเลยทีเดียวซึ่งที่นี่ถ้าหากใครอยากจะชมวิถีชีวิตของชาวฮ่องกงแล้วเราก็ควรจะต้องตื่นแต่เช้าเพื่อมาเดินเที่ยวที่ตลาดเช้าแห่งนี้แล้วคุณจะได้สัมผัสถึงการใช้ชีวิตของคนฮ่องกงอย่างแท้จริง

         โดยตลาดเช้าแห่งนี้นั้นเดินทางมาได้ง่ายๆ  พาชมตลาดเช้าผักผลไม้ เพราะอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟใต้ดินมงกุก  และถ้าหากใครที่พักโรงแรม   Cortis Hotel Hong Kong ซึ่งเป็นโรงแรมหรูระดับ 5 ดาวของประเทศฮ่องกงแล้วก็บอกได้เลยว่าตลาดแห่งนี้นั้นอยู่ด้านหลังของโรงแรมแห่งนี้นั่นเองและ          สำหรับของที่นำนอกจากนี้เมื่อคุณเดินตลาดเสร็จแล้วอยากจะไปช้อปปิ้งใกล้ๆกันนั้นก็มีห้างสรรพสินค้าชื่อดังที่ชื่อว่า  Langham Place ให้คุณไปแวะช้อปปิ้งได้อีกด้วย

มาขายที่ตลาดแห่งนี้นั้นก็จะเป็นผลไม้พื้นบ้านไม่ว่าจะเป็นกล้วยส้มสับปะรดและผักสดต่างๆรวมถึงพวกเนื้อสัตว์ต่างๆไม่ว่าจะเป็นเป็ดไก่เนื้อหมูเนื้อปลาและอาหารทะเลมากมายเต็มไปหมดเลยทีเดียวซึ่งคุณสามารถที่จะมาตลาดแห่งนี้ที่เดียวและได้ของสดไปใช้ในการปรุงอาหารยามเช้าของคุณได้โดยที่ไม่ต้องไปที่ตลาดแหล่งอื่นอีกแล้วนั่นเอง

      อย่างไรก็ตามตลาดแห่งนี้นั้นขายของให้กับชาวบ้านดังนั้นราคาของสินค้าภายในตลาดแห่งนี้จึงค่อนข้างที่จะถูกมากๆและแน่นอนว่าตลาดนั้นจะเปิดเพียงแค่ช่วงสายๆของวันเท่านั้นพอหมดช่วงเวลาสายปุ๊บตลาดแห่งนี้ก็จะถูกเก็บเรียบร้อยซึ่งแน่นอนว่าหากใครจะเดินทางมาที่ตลาดแห่งนี้แนะนำว่าคุณมาได้ตั้งแต่ช่วงเวลา 05:00 น เป็นต้นมาและตลาดนั้นจะปิดช่วงประมาณ 10:00 น นั่นเอง 

       ถ้าหากใครที่ชอบการตื่นเช้าอยู่แล้วแนะนำว่าควรจะลองแวะไปชมที่ตลาดแห่งนี้ดูเพื่อที่จะได้สัมผัสกลับบรรยากาศการใช้ชีวิตของคนฮ่องกงว่ามีความเหมือนหรือแตกต่างของคนที่เมืองไทยอย่างไร  

 

สนับสนุนโดย.    ufabet ฝาก-ถอน ออโต้

Matsumoto Castle ที่จังหวัด นางาโน่ ประเทศญี่ปุ่น 

         เชื่อว่าสำหรับสาวกญี่ปุ่นแล้วคงรู้ดีว่าที่ประเทศญี่ปุ่นนั้นนอกจากจะมีศาลเจ้ามากมายเต็มไปหมดแล้วสถานที่อีกอย่างหนึ่งที่ประเทศญี่ปุ่นมีเยอะมากเช่นเดียวกันนั่นก็คือประสาทโดยประสาท Matsumoto Castle ในประเทศญี่ปุ่นนั้นจะมีการสร้างเอาไว้ตามจังหวัดต่างๆและหนึ่งในจังหวัดที่มีประสาทที่มีความงดงามและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงโด่งดังของประเทศญี่ปุ่นอีกแห่งหนึ่งนั่นก็คือที่จังหวัด นางาโน่นั้นเอง 

          โดยที่จังหวัดนางาโน่แห่งนี้นั้นมีปราสาทที่มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นอย่างมากซึ่งปราสาทแห่งนี้นั้นมีชื่อเรียกว่า  Matsumoto Castle ซึ่งบางคนนั้นก็เรียกปราสาทแห่งนี้ว่า Craw  Castle  โดยความหมายของปราสาทแห่งนี้ตามความเชื่อนั้นชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าปราสาทแห่งนี้คือปราสาทอีกานั่นเองส่วนสาเหตุที่ทำไมถึงมีการเรียกปราสาทแห่งนี้ว่าปราสาทอีกานั่นก็เพราะว่าสีของตัวปราสาทที่มีการถูกแต่งแต้มด้วยสีดำทั้งหมดทำให้ประสาทแห่งนี้นั้นมีสีขาวกับสีดำของอีกาจึงถูกเรียกว่าปราสาทอีกา

        อย่างไรก็ตามปราสาทอีกาแห่งนี้เป็นประสาทที่มีความเก่าแก่อย่างมากเลยทีเดียวเนื่องจากว่าปราสาทแห่งนี้นั้นจากการตรวจสอบข้อมูลพบว่ามีการสร้างมาแล้วมากกว่า 400 ปีซึ่งปราสาทแห่งนี้ตัวประสาททั้งหมดนั้นถูกสร้างมาจากไม้ทั้งหลังและไม้ที่นำมาสร้างปราสาทแห่งนี้ก็นับว่าเป็นไม้ที่มีความเก่าแก่มากที่สุดของประเทศญี่ปุ่นดังนั้นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและประวัติศาสตร์ของประเทศญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้

      สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้นั้นนักท่องเที่ยวสามารถที่จะเดินเข้าไปชมบริเวณด้านในตัวปราสาทและพื้นที่บริเวณโดยรอบตัวปราสาทนั้นก็จะมีการสร้างคลองรอบตัวประสาทเอาไว้ซึ่งจะมีการสร้างสะพานสำหรับข้ามจากบริเวณด้านนอกเข้าไปยังถึงตัวปราสาทโดยสะพานนั้นจะมีการทาสีแดงซึ่งเป็นราวเหล็กสำหรับตัวทางเดินนั้นจะเป็นไม้ส่วนตัวประสาทนั้นฐานของตัวประสาทจะมีการปูด้วยหินในขณะที่ตัวประสาทด้านบนนั้นจะเป็นไม้ทั้งหมดและมีการทาสีดำเอาไว้เรียกได้ว่าสีสันนั้นสลับกันได้อย่างลงตัวเลยทีเดียว

          สำหรับการเดินทางมาเที่ยวที่ Matsumoto Castle แห่งนี้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาเที่ยวได้ตลอดทั้งปีซึ่งจะมีการเปิดบริการให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปเยี่ยมชมภายในบริเวณประสาทได้โดยนักท่องเที่ยวสามารถถ่ายรูปบริเวณพื้นที่ด้านนอกของตัวประสาทได้และที่นี่เป็นอีกหนึ่งจุดที่นักท่องเที่ยวหลายคนพากันมาเช็คอิน 

อย่างไรก็ตามถ้าหากใครได้มีโอกาสเดินทางไปเที่ยวที่จังหวัดนางาโนะแนะนำว่าควรจะแวะมาเที่ยวที่ปราสาทแห่งนี้เพราะที่นี่คือสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงโด่งดังแห่งหนึ่งของจังหวัดนั้นนอกนั้นเอง 

 

สนับสนุนโดย    ufabet ฝาก-ถอน ออโต้