พิพิธภัณฑ์นักเขียนอเมริกา

คำว่านักเขียนในที่จัดแสดงพิพิธภัณฑ์นี้ โดยทั่วไปหมายรวมไว้อย่างกว้าง มีทั้ง กวี ซึ่งจากตัวย่อภาษาอังกฤษ P คือ Poet และนักเขียนความเรียง ที่มีตัวย่อ E คำเต็มคือ Essayist หรือ Editors ซึ่งคือบรรณาธิการ ส่วนนักเขียนนวนิยาย นั้นคือ Novelist มีN เป็นตัวย่อ ดังนั้นสมาคมของคนเขียนหนังสือในโลกตะวันตกหลายแห่งจึงมีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า “PEN Club” สำหรับคำอธิบายที่เขียนอยู่ใต้รูปของนักเขียนนั้น จะเป็นกล่องที่มีคำอธิบายเขียนอยู่หลายด้าน เมื่ออ่านหน้าแรกจบแล้ว ผลักกลิ่งนี้ให้หมุนไป ก็สามารถอ่านคำอธิบายได้ทุกด้าน

อีกส่วนหนึ่งที่จัดไว้น่าสนใจ คือจัดแสดง อุปกรณืหรือเครื่องมือทีเขียนใช้ ในการเขียน หรือในการผลิตผลงานออกมาในเบื้องต้น ก่อนจะไปเข้าโรงพิมพ์เมื่อพิมพ์ออกมาเป็นหนังสือ ทั้งในหน้าหนังสือรายเดือน รายสัปดาห์ หรืออกมาในรูปแบบหนังสือเล่ม เริ่มต้นจากปากกาหมึก อันเป็นเครื่องมือที่นักเขียนคนใดใช้ในการผลิตงาน ตามาด้วย เครื่องพิมพ์ดีด ทั้งรุ่นตั้งโต๊ะและรุ่นกระเป๋าหิ้ว อุปกรณ์ที่น่าสนใจเหล่านี้ ผู้จัดก็ไม่ได้มองข้าม และนอกจากจะต้องแสดงไว้ในตู้กระจก ที่ปิเรียบร้อยแล้ว

ยังมีบางส่วน เฉพาะเครื่องพิมพ์ดีด ที่ยังใช้ได้ ถึงแม้มันจะดูเก่าไปมากก็ตาม ตั้งไว้ที่โต๊ะกลาง และมีเก้าอี้นั่งตั้งไว้คู่กันด้วย เพื่อเปิดอกาสให้ผู้มาชมที่สนใจจะได้ลองพิมพ์สัมผัสดูด้วยตนเองได้ มีผู้ชมหลายคนไปนั่งทดลองพิมพ์ บางท่านมีอายุหน่อยก็จะดูพิมพ์สัมผัสได้หลายนิ้วท่าทางทะมัดทะแมง แต่ยุวชนรุ่นใหม่หลายคนที่เคยเห็นเครื่องพิมพ์ดีดเพียงในภาพ ก็ดูเก้ๆกังเสียเหลือเกิน เพราะคนรุ่นใหม่ชินกับคอมพิวเตอร์ซะมากกว่า

การจัดแสดงของพิพิธภัณฑ์นักเขียนอเมริกันแห่งนี้ ดุเหมือนจะให้น้ำหนักที่ตัวเล่ม หนังสือ มากทีเดียว มีหน้าปกหรังสือมาประดับมากมาย บนผนังห้องทั้งสิงข้าง แถมด้านบนฝ้าเพดานกฌยังเอาปกหนังสือมาติดอยู่ด้วย ดังนั้นจึงใช้พื้นที่จัดแสดงคุ้มค่าทั้งสามด้านเลย ด้านซ้าย ด้านขวา และด้านบนเพดาน ยังขาดอยู่ก้แค่บนทางเดินเท่านั้นเอง ถ้าจัดพื้นเป้นกระจกใสที่แข็งแรงและเอาปกหนังสือใส่ไว้ด้วยก้จะครบสี่ด้านเลยทีเดียว 

ตอนนี้พิพธภัณฑ์แห่งนี้กลายเป็นจุดน่าสนใจแห่งกสนท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของชิคาโกแล้ว

 

 

 

สนับสนุนโดย    สมัคร gclub ไม่มีขั้นต่ำ