หอแก้วมุกดาหาร  จังหวัดมุกดาหาร

       สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวในครั้งนี้ หอแก้วมุกดาหาร  จะพาไปรู้จักแหล่งทอ่งเที่ยวในจังหวัดมุกดาหาร ซึ่งจังหวัดนี้อาจจะไม่ค่อยได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากนัก แต่สถานที่ท่องเที่ยวก็มีให้นักท่องเที่ยวได้แวะมาพักผ่อนและเที่ยวหาความรู้จากจังหวัดนี้ได้เช่นกัน 

       ที่จังหวัดมุกดาหารได้มีการสร้างหอแก้วขึ้นมาเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการครองราชย์ครบ 50 ปีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 โดยหอแก้วนี้ถูกสร้างขึ้นมาเป็นลักษณะของอาคารทรง 9 เหลี่ยมซึ่งมีความสูง 2 ชั้นซึ่งอาคารแห่งนี้นั้นถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ประจำจังหวัดเลยก็ว่าได้โดยหอแก้วดังกล่าวนั้นมีชื่อเรียกว่าหอแก้วมุกดาหาร   

         ลักษณะของตัวหอแก้วมุกดาหารนั้นชั้นแรกจะอยู่ด้านล่างสุดซึ่งเป็นลักษณะเหมือนกับฐานโดยชั้นนี้จะเป็นสถานที่ที่นำข้าวของเครื่องใช้ต่างๆที่เป็นของโบราณมาจัดแสดงไว้ที่ชั้น 1 แห่งนี้โดยชั้น 1 นั้นถือว่าเป็นสถานที่ที่แสดงถึงประวัติความเป็นมาเกี่ยวกับจังหวัดให้ประชาชนได้ทราบซึ่งถูกระบุว่าเป็นพิพิธภัณฑ์เมื่อนักท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมชมก็จะเห็นได้ว่าข้าวของเครื่องใช้ที่คนในสมัยโบราณใช้ในการประกอบอาชีพดำรงชีวิตอยู่มีเครื่องมืออะไรบ้าง

         นอกจากนี้จะมีฐานทรงกลมสูงขึ้นไปเป็นเหมือนเสาประภาคารขนาดใหญ่ด้านบนจะเป็นชั้นอาคารอีกชั้นหนึ่งซึ่งชั้นนี้เป็นชั้นสำหรับให้นักท่องเที่ยวสามารถชมวิวทิวทัศน์บริเวณโดยรอบของตัวเมืองจังหวัดมุกดาหารได้ซึ่งถ้านักท่องเที่ยวขึ้นไปชั้นบนก็จะเห็นวิวของแม่น้ำโขงและสามารถมองไปเห็นความสวยงามของทางด้านวิวของฝั่งประเทศลาวได้อีกด้วยส่วนทางด้านล่างที่เป็นภาพพื้นอยู่บริเวณนอกตัวอาคารก็จะมีการจัดนิทรรศการอยู่บ่อยครั้ง

       นอกจากนี้ยังมีการประดับตกแต่งนำสินค้าพื้นเมืองของจังหวัดมุกดาหารมาวางจำหน่ายตามซุ้มต่างๆเช่นพวกผ้าขาวม้า  นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังสามารถเข้าไปไหว้พระพุทธรูปซึ่งมีพระพุทธรูปอยู่หลายองค์โดยเฉพาะพระพุทธรูปประจำวันเกิดในวันต่างๆนอกจากนี้พระพุทธรูปที่เป็นพระประธานของหอแก้วมุกดาหารก็คือพระพุทธนววิ่งมงคลดาหารซึ่งตัวองค์พระพุทธรูปนั้นเป็นพระพุทธรูปที่ทำมาจากเนื้อเงินแท้ๆ   ดังนั้นนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวที่หอแก้วมุกดาหาร

          นอกจากจะสามารถรู้ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของจังหวัดมุกดาหารแล้วยังสามารถที่จะชมวิวทิวทัศน์บริเวณโดยรอบของจังหวัดที่มีความงดงามและยังไหว้พระพุทธรูปซึ่งเป็นพระพุทธรูปมงคลประจำจังหวัดอีกด้วยอย่างไรก็ตามการเข้ามาเยี่ยมชมหอแก้วมุกดาหารนั้นจะมีการเรียกเก็บค่าเข้าชมโดยจะคิดค่าบริการคนละ 30 บาทแต่ถ้าหากเป็นเด็กจะถูกคิดค่าบริการเพียงแค่คนละ 10 บาทเท่านั้นซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเข้าเยี่ยมชมได้ตั้งแต่ แปดโมงเช้าเป็นต้นไปและจะปิดให้บริการช่วงเวลา หกโมงเย็นของทุกวัน 

 

สนับสนุนโดย.  ufabetฝ่ายบริการ

ใช้เงินเก่งทำตามวิธีต่อไปนี้ประหยัดได้อย่างแน่นอน 

ใช้เงินเก่งทำตามวิธีต่อไปนี้ ถ้าหากว่าคนไหนที่รู้สึกว่าตัวเองนั้นได้มีรายจ่ายค่อนข้างที่จะเยอะ คุณอยากจะลดรายจ่ายลงแต่ว่า ไม่ได้อยากจะลดแบบหักโหมเท่าไหร่นะเราขอแนะนำว่าให้ฟังบทความต่อไปนี้เพราะในวันนี้เราจะมีวิธีมาบอกว่าเราควรจะลดรายจ่ายที่มันพุ่งเฟือยตัวไหนออกไปซึ่งมันสามารถที่จะตัดสินได้โดยที่จะไม่กระทบกับการใช้ชีวิตประจำวันของเราอย่างแน่นอน

ซึ่งถ้าหากทำตามขั้นตอนที่เราบอกนี้จะมีเงินเหลืออย่างแน่นอนโดยเราจะมาแชร์ขั้นตอนในการลดรายจ่ายที่มันค่อนข้างจะฟุ่มเฟือยในแต่ละวัน ในบางรายจ่ายมันก็ไม่สามารถที่จะลดลงไปได้ เพราะบางอย่างมันก็เป็นเรื่องที่จำเป็น ยกตัวอย่างเช่นค่าผ่อนบ้าน ค่าผ่อนรถ เป็นต้น

โดยในสิ่งที่เราจะมาพูดถึงในวันนี้เราจะมาโฟกัสเกี่ยวกับเรื่อง รายจ่ายที่เรียกว่ารายจ่ายแบบฟุ้มเฟือยนั่นเอง ซึ่งอาจจะเป็นสิ่งที่เราเสียไปโดยที่เรานั้นไม่ได้รู้ตัว อาจจะเป็นเพียงแค่เดือนละเล็กเดือนละน้อยเป็นจำนวนนิดๆหน่อยๆ แต่คุณรู้หรือไม่ว่าในเดือนเดือนนึงถ้าหากเรารวมสิ่งเหล่านี้มาอาจจะเป็นเงินจำนวนก้อนโตก็เป็นได้

สิ่งแรกนั่นก็คือเราควรที่จะลดเครื่องดื่มในแต่ละวันลงไป โดยปกติแล้วคนส่วนใหญ่จะกินเครื่องดื่มอย่างน้อยๆ ก็คือกาแฟวันละ 2 แก้วยกตัวอย่างเช่นตอนเช้า 1 แก้วและตอนเที่ยงอีก 1 แก้ว ซึ่งนี่ก็รวมไปถึงน้ำหวานต่างๆไม่ว่าจะเป็นชาเขียวชาเย็นหรือแม้แต่ชาไข่มุกที่ทุกคนชื่นชอบ ลองคิดดูดีๆแล้วแก้วนึงก็ตกราคาประมาณ 50 บาทขึ้นไป นั่นเท่ากับว่าถ้าหากคุณกินวันละ 2 แก้วเท่ากับเสียไปแล้ว 100 บาทต่อวัน

เราที่ยกตัวอย่างมานี้ไม่ได้บ่งบอกให้ใครเลิกกินกาแฟนะ แต่ว่าเราจะขอแนะนำว่าให้คุณลองหันมาชงกาแฟกินเองดูบ้าง คุณจะสัมผัสได้ว่าคุณเจอกับสิ่งดีๆเพราะสิ่งแรกที่คุณจะได้ ก็คือการประหยัดเงินของคุณลงไปได้ค่อนข้างที่จะเยอะเลยแหละ จะเห็นได้ว่าปกติแล้วคุณจะซื้อแก้วละ 50 บาทต่อ 1 วัน แต่ถ้าคุณได้ลองหันมาชงกาแฟกินเองแล้ว 

ซึ่งถ้าหากว่าลองคิดดีๆดูแล้วคุณจะสามารถประหยัดไป น่าจะประมาณแก้วละ 20 บาทต่อวันเห็นจะได้ เพลงลองคิดดูซิว่าถ้าเป็นรายเดือนคุณจะประหยัดไปประมาณ 1,000 บาทเลยนะ นอกจากนั้นคุณจะรู้สึกถึงการได้สุขภาพที่ดีขึ้น เพราะว่าถ้าหากคุณได้ชมจริงเองคุณก็สามารถที่จะลดความหวานที่เติมลงไปในกาแฟลงไปได้ทำให้สุขภาพของคุณดีขึ้นมาได้นั่นเอง 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  gclub สมัครสมาชิก

สถานที่ท่องเที่ยวประเทศออสเตรีย ที่น่าไปสัมผัส

สถานที่ท่องเที่ยวที่นอกกระแสนั้นไม่ได้มีเพียงแค่ในประเทศเท่านั้น  สถานที่ท่องเที่ยวประเทศออสเตรีย  ต่างประเทศก็มีสถานที่ท่องเที่ยวที่นอกกระแสเช่นกัน ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่นอกกระแสของต่างประเทศก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจเช่นเดียวกัน ซึ่งในตอนที่เราได้มีโอกาสไปท่องเที่ยวในต่างประเทศนั้น ส่วนใหญ่เราจะทำการไปท่องเที่ยวในสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นแหล่งสำคัญ

หรือสถานที่ท่องเที่ยวเที่ยวที่ยอดฮิตในช่วงนั้นเป็นส่วนใหญ่ และไม่ค่อยที่จะมีโอกาสได้ไปท่องเที่ยวที่นอกกระแสสักเท่าไหร่ แต่ก็จะมีผู้คนบางส่วนที่ไม่อยากไปท่องเที่ยวในสถานที่ที่สำคัญเพราะคนอาจจะเยอะ หรือไม่ใช่สถานที่ที่เราต้องการที่จะไปก็สามารถที่จะไปท่องเที่ยวในสถานที่ท่องเที่ยวนอกกระแสเหล่านี้ได้เช่นกัน

  1. kitzbuhle

เป็นเมืองที่มีความคลาสสิกที่อยู่กลางขุนเขาของรัฐ Tirol ที่ห่างจากเมืองท่องเที่ยวชื่อดังของออสเตรียอย่าง Innsbruck มา100 กิโล ซึ่งเมืองนี้เป็นเมืองที่ได้มีการสร้างมาตั้งแต่ในยุคกลางแล้ว และได้เป็นเมืองที่เรียกได้ว่าเป็นเมืองกีฟ้าของฤดูหนาวที่มีความนิยมมากที่สุดของเทือกเขาแอลป์เลย เพราะว่าเป็นเมืองที่มีการตั้งอยู่ระหว่างภูเขา2ลูกนั้นก็คือ ภูเขาHahnenkamm และภูเขาKitzbuhler Horn และสกีรีสอทร์ของแต่ล่ะที่นั้นก็ได้เปรียบเสมือนสวรรค์ของผู้ที่ชอบกีฬาของฤดูหนาวเลย

  1. St. Wolfgang im Salzkammergut

เป็นอดีตของศุนย์กลางค้าของประเทศ Austria ซึ่งเป็นเมืองที่เล็กตั้งอยู่ริมฝั่งของทะเลสาบทางด้านเหนือของ Wolfgagsee ซึ่งมีเมืองที่เป็นเมืองผักผ่อนที่โด่งดังมากๆอยู่ด้วย ไม่ว่าเป็นโรงแรม Weibes Rossl หรือโรงแรม White House inn ที่เป็นโรงแรมที่มีชื่องเสียงที่โด่งดังไปทั่วทั้งยุโรปเลย นอกจากนี้ยังจะมีสถาปัตยกรรมของโบสถ์โกธิค ที่เป็นโบสถ์ที่เสน่ห์และมีความสำคัญของเมือง นอกจากนี้ในเมืองแห่งนี้ยังจะมีสปาที่น่าสนใจมากมายด้วย

  1. Rattenberg

เป็นเมืองเก่าที่มีขนาดเล็กที่สุดของประเทศเลย ซึ่งเมืองๆนี้จะเต็มไปด้วยอาคารสไตล์แคว้นทิโรลที่มีหลายสีสัน และเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของสมัยยุคกลาง ซึ่งเมืองๆนี้จะเป็นเมืองที่มีการเปิดร้านขายของเต็มไปหมดเลย ซึ่งส่วนใหญ่จะมีการขายและคริสตันเป็นส่วนใหญ่

  1. Bad Gastein

เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนแนวของภูเขา Hohe Taurn ที่มีความสูงจากน้ำทะเล 1,002 เมตร ซึ่งเมืองนี้จะเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องการทำสปาน้ำแร่มาก เพราะว่าได้มีการทำสปาน้ำแร่เพื่อสุขภาพมาตั้งแต่สมัยยุคกลางแล้ว และยังจะมีน้ำตก Gastein ที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังมาก นอกจากนี้อาคารของที่นี้ยังจะมีความหรูหราและได้มีการสร้างมาตั้งแต่ปลายศตวรรค์ที่19 อยู่มากมายเลย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ufabet ฝาก-ถอน ออโต้