พาชมตลาดเช้าผักผลไม้ที่ Nelson   Street และ Canton Road ที่ประเทศฮ่องกง      

         สำหรับการเดินทางไปเที่ยวที่ประเทศฮ่องกงในครั้งนี้เราจะ พาชมตลาดเช้าผักผลไม้ เช้าของที่ประเทศฮ่องกงซึ่งชาวบ้านนั้นจะตื่นกันแต่เช้าออกมาค้าขายเป็นโซนขายพวกผักและผลไม้ที่มีชื่อเสียงมากโดยในช่วงเช้านั้นที่ประเทศฮ่องกงจะมีการปิดถนนทั้งหมดด้วยกัน 2 สายสำหรับเอาไว้เปิดร้านขายผักและผลไม้รวมถึงเนื้อสัตว์เลยทีเดียวโดยถนนทั้งสองเส้นนั้นก็คือ  Nelson   Street และ Canton Road  นั่นเอง 

       แน่นอนว่าลักษณะของตลาดเช้าของที่นี่ก็ไม่ได้แตกต่างจากตลาดเช้าของประเทศไทยมากนักนั่นก็คือจะมีของออกมาวางขายตามบริเวณท้องถนนเต็มไปหมดนอกจากนี้ก็จะมีชาวบ้านออกมาจับจ่ายซื้อของในช่วงเวลาเช้ากันมากมายและดูคึกคักกันมากเลยทีเดียวซึ่งที่นี่ถ้าหากใครอยากจะชมวิถีชีวิตของชาวฮ่องกงแล้วเราก็ควรจะต้องตื่นแต่เช้าเพื่อมาเดินเที่ยวที่ตลาดเช้าแห่งนี้แล้วคุณจะได้สัมผัสถึงการใช้ชีวิตของคนฮ่องกงอย่างแท้จริง

         โดยตลาดเช้าแห่งนี้นั้นเดินทางมาได้ง่ายๆ  พาชมตลาดเช้าผักผลไม้ เพราะอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟใต้ดินมงกุก  และถ้าหากใครที่พักโรงแรม   Cortis Hotel Hong Kong ซึ่งเป็นโรงแรมหรูระดับ 5 ดาวของประเทศฮ่องกงแล้วก็บอกได้เลยว่าตลาดแห่งนี้นั้นอยู่ด้านหลังของโรงแรมแห่งนี้นั่นเองและ          สำหรับของที่นำนอกจากนี้เมื่อคุณเดินตลาดเสร็จแล้วอยากจะไปช้อปปิ้งใกล้ๆกันนั้นก็มีห้างสรรพสินค้าชื่อดังที่ชื่อว่า  Langham Place ให้คุณไปแวะช้อปปิ้งได้อีกด้วย

มาขายที่ตลาดแห่งนี้นั้นก็จะเป็นผลไม้พื้นบ้านไม่ว่าจะเป็นกล้วยส้มสับปะรดและผักสดต่างๆรวมถึงพวกเนื้อสัตว์ต่างๆไม่ว่าจะเป็นเป็ดไก่เนื้อหมูเนื้อปลาและอาหารทะเลมากมายเต็มไปหมดเลยทีเดียวซึ่งคุณสามารถที่จะมาตลาดแห่งนี้ที่เดียวและได้ของสดไปใช้ในการปรุงอาหารยามเช้าของคุณได้โดยที่ไม่ต้องไปที่ตลาดแหล่งอื่นอีกแล้วนั่นเอง

      อย่างไรก็ตามตลาดแห่งนี้นั้นขายของให้กับชาวบ้านดังนั้นราคาของสินค้าภายในตลาดแห่งนี้จึงค่อนข้างที่จะถูกมากๆและแน่นอนว่าตลาดนั้นจะเปิดเพียงแค่ช่วงสายๆของวันเท่านั้นพอหมดช่วงเวลาสายปุ๊บตลาดแห่งนี้ก็จะถูกเก็บเรียบร้อยซึ่งแน่นอนว่าหากใครจะเดินทางมาที่ตลาดแห่งนี้แนะนำว่าคุณมาได้ตั้งแต่ช่วงเวลา 05:00 น เป็นต้นมาและตลาดนั้นจะปิดช่วงประมาณ 10:00 น นั่นเอง 

       ถ้าหากใครที่ชอบการตื่นเช้าอยู่แล้วแนะนำว่าควรจะลองแวะไปชมที่ตลาดแห่งนี้ดูเพื่อที่จะได้สัมผัสกลับบรรยากาศการใช้ชีวิตของคนฮ่องกงว่ามีความเหมือนหรือแตกต่างของคนที่เมืองไทยอย่างไร  

 

สนับสนุนโดย.    ufabet ฝาก-ถอน ออโต้

Antelope Canyon Arizona ประเทศสหรัฐอเมริกา 

          สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศสหรัฐอเมริกาที่เราจะพาไปรู้จักกันในวันนี้นั้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นอย่างมากโดยชื่อเสียงของสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้นั้นระบุว่าที่นี่คือหุบเขาที่มีความอันตรายมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลกเลยทีเดียวซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้มีชื่อเรียกว่าหุบเขาแอนทีโลพ  หรือ  Antelope Canyon Arizona นั่นเอง 

    สำหรับหุบเขาแห่งนี้นั้นตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ของรัฐแอริโซนา  ซึ่งที่นี่บอกได้เลยว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมแห่งหนึ่งของประเทศสหรัฐอเมริกาเลยทีเดียวโดยที่นี่นั้นจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะกับคนที่ชื่นชอบการผจญภัยชื่นชอบการสมบุกสมบันเพราะที่นี่นั้นไม่ได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามที่มีต้นไม้ขึ้นแต่ว่าที่นี่นั้นเกิดจากการพังทลายของชั้นหินดังนั้นไม่ว่าคุณจะมองไปทางไหนคุณจะเห็นถึงก้อนหินภูเขามากมายเต็มไปหมดนอกจากนี้ยังมีพายุและอาจจะเจอลมฝนรวมถึงทะเลทรายซึ่งเรียกได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะกับคนที่ชื่นชอบกันเดินทางผจญภัยเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

       สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักจะนิยมมาถ่ายรูปเพราะที่นี่นอกจากจะมีลักษณะของหินที่มีรูปร่างแปลกตาแต่ก็แลดูสวยงามมากเช่นเดียวกันเพราะสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้นั้นเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติไม่ได้มีการแต่งตั้งขึ้นมาดังนั้นก้อนหินแต่ละก้อนจึงมีลักษณะรูปร่างที่ไม่สามารถที่จะกำหนดกะเกณฑ์ได้เพราะก้อนหินแต่ละก้อนที่วางอยู่ในหุบเขาแห่งนี้นั้นผ่านทั้งพายุทั้งฤดูกาลผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายพันปีจนกลายมาเป็นก้อนหินที่มีส่วนเว้าส่วนโค้งแปลกๆ

         นอกจากนี้หากเข้าไปในหุบเขาแห่งนี้ในช่วงยามเย็นที่แสงอาทิตย์ส่องตกกระทบที่โขดหิน  Antelope Canyon Arizona  จะทำให้คุณเห็นว่าหินในหุบเขาแห่งนี้นั้นมีสีสันสวยงามเป็นอย่างมากเพราะแสงของพระอาทิตย์นั้นมันสะท้อนกับชั้นหินนั่นเองซึ่งเวลาที่ถ่ายรูปออกมาคุณจะได้รูปภาพที่สวยงามและน่าประทับใจมากเลยทีเดียวดังนั้นสถานที่แห่งนี้นอกจากนักผจญภัยที่อยากจะมาลองสัมผัสสถานที่ที่อันตรายแล้วยังมีนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการถ่ายรูปมักจะเดินทางมาเที่ยวที่นี่กันค่อนข้างเยอะมากเลยทีเดียว

     โดยเฉพาะช่างภาพระดับโลกจะต้อง หาโอกาสสักครั้งหนึ่งในชีวิตมาถ่ายรูปสถานที่แห่งนี้ไว้เป็นผลงานชิ้นเอกของพวกเขาอย่างไรก็ตามสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้นับได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องระมัดระวังตัวอยู่ตลอดเวลาเพราะไม่ว่าจะเป็นพายุหรือบางทีอาจจะมีฝนตกหนักจนเกิดน้ำท่วมเฉียบพลันก็ได้ แต่ถึงจะอันตรายมากแค่ไหนแต่รับรองได้เลยว่าถ้าหากคุณได้มีโอกาสมาเที่ยวที่นี่คุณจะติดใจกับความสวยงามของสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้อย่างมากเลยทีเดียว    

 

สนับสนุนโดย.  sexybaccarat

Matsumoto Castle ที่จังหวัด นางาโน่ ประเทศญี่ปุ่น 

         เชื่อว่าสำหรับสาวกญี่ปุ่นแล้วคงรู้ดีว่าที่ประเทศญี่ปุ่นนั้นนอกจากจะมีศาลเจ้ามากมายเต็มไปหมดแล้วสถานที่อีกอย่างหนึ่งที่ประเทศญี่ปุ่นมีเยอะมากเช่นเดียวกันนั่นก็คือประสาทโดยประสาท Matsumoto Castle ในประเทศญี่ปุ่นนั้นจะมีการสร้างเอาไว้ตามจังหวัดต่างๆและหนึ่งในจังหวัดที่มีประสาทที่มีความงดงามและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงโด่งดังของประเทศญี่ปุ่นอีกแห่งหนึ่งนั่นก็คือที่จังหวัด นางาโน่นั้นเอง 

          โดยที่จังหวัดนางาโน่แห่งนี้นั้นมีปราสาทที่มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นอย่างมากซึ่งปราสาทแห่งนี้นั้นมีชื่อเรียกว่า  Matsumoto Castle ซึ่งบางคนนั้นก็เรียกปราสาทแห่งนี้ว่า Craw  Castle  โดยความหมายของปราสาทแห่งนี้ตามความเชื่อนั้นชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าปราสาทแห่งนี้คือปราสาทอีกานั่นเองส่วนสาเหตุที่ทำไมถึงมีการเรียกปราสาทแห่งนี้ว่าปราสาทอีกานั่นก็เพราะว่าสีของตัวปราสาทที่มีการถูกแต่งแต้มด้วยสีดำทั้งหมดทำให้ประสาทแห่งนี้นั้นมีสีขาวกับสีดำของอีกาจึงถูกเรียกว่าปราสาทอีกา

        อย่างไรก็ตามปราสาทอีกาแห่งนี้เป็นประสาทที่มีความเก่าแก่อย่างมากเลยทีเดียวเนื่องจากว่าปราสาทแห่งนี้นั้นจากการตรวจสอบข้อมูลพบว่ามีการสร้างมาแล้วมากกว่า 400 ปีซึ่งปราสาทแห่งนี้ตัวประสาททั้งหมดนั้นถูกสร้างมาจากไม้ทั้งหลังและไม้ที่นำมาสร้างปราสาทแห่งนี้ก็นับว่าเป็นไม้ที่มีความเก่าแก่มากที่สุดของประเทศญี่ปุ่นดังนั้นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและประวัติศาสตร์ของประเทศญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้

      สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้นั้นนักท่องเที่ยวสามารถที่จะเดินเข้าไปชมบริเวณด้านในตัวปราสาทและพื้นที่บริเวณโดยรอบตัวปราสาทนั้นก็จะมีการสร้างคลองรอบตัวประสาทเอาไว้ซึ่งจะมีการสร้างสะพานสำหรับข้ามจากบริเวณด้านนอกเข้าไปยังถึงตัวปราสาทโดยสะพานนั้นจะมีการทาสีแดงซึ่งเป็นราวเหล็กสำหรับตัวทางเดินนั้นจะเป็นไม้ส่วนตัวประสาทนั้นฐานของตัวประสาทจะมีการปูด้วยหินในขณะที่ตัวประสาทด้านบนนั้นจะเป็นไม้ทั้งหมดและมีการทาสีดำเอาไว้เรียกได้ว่าสีสันนั้นสลับกันได้อย่างลงตัวเลยทีเดียว

          สำหรับการเดินทางมาเที่ยวที่ Matsumoto Castle แห่งนี้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาเที่ยวได้ตลอดทั้งปีซึ่งจะมีการเปิดบริการให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปเยี่ยมชมภายในบริเวณประสาทได้โดยนักท่องเที่ยวสามารถถ่ายรูปบริเวณพื้นที่ด้านนอกของตัวประสาทได้และที่นี่เป็นอีกหนึ่งจุดที่นักท่องเที่ยวหลายคนพากันมาเช็คอิน 

อย่างไรก็ตามถ้าหากใครได้มีโอกาสเดินทางไปเที่ยวที่จังหวัดนางาโนะแนะนำว่าควรจะแวะมาเที่ยวที่ปราสาทแห่งนี้เพราะที่นี่คือสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงโด่งดังแห่งหนึ่งของจังหวัดนั้นนอกนั้นเอง 

 

สนับสนุนโดย    ufabet ฝาก-ถอน ออโต้

พาเที่ยวพระราชวังนิมเฟนบุร์ก ประเทศเยอรมัน

        พาเที่ยวพระราชวังนิมเฟนบุร์ก  สถานที่สำหรับเอาไว้ให้กษัตริย์แห่งบาวาเรียมา  พักผ่อนในช่วงเวลาหน้าร้อนนั้นก็คือพระราชวังนิมเฟนบูร์กซึ่งเป็นพระราชวัง เก่าแก่ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับให้บุคคลในครอบครัวของเหล่าราชวงศ์ได้มาพักผ่อนหย่อนใจในช่วงฤดูร้อนโดยพระราชวังแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาช่วงประมาณปีค.ศ 1644  

          อย่างไรก็ตามเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงกษัตริย์ตัวพระราชวังจึงได้ถูกออกแบบตกแต่งใหม่รวมถึงต่อเติมและขยายพื้นที่ต่างๆมากมายซึ่งในช่วงประมาณปีค.ศ 1875 นี้เองที่ พระราชวังนิมเฟนบุร์ก   ได้ถูกขยายให้มีพื้นที่มากยิ่งขึ้นและมีการต่อเติมให้มีความงดงามมีพื้นที่ใช้สอยเยอะมากขึ้นโดยประสาทบัลแกเรียได้มีการสั่งให้สถาปนิกที่มีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลกนั่นก็คือ  Joseph Wffner  เป็นผู้มาออกแบบพระราชวังแห่งนี้ขึ้นมาใหม่

          ซึ่งสิ่งที่  Joseph Wffner ได้ออกแบบและสร้างขึ้นมาใหม่นั้นก็จะเป็นตัวอาคารสำหรับเอาไว้ให้เหล่าบรรดาราชวงศ์ทั้งหลายได้เข้าพักอาศัย  พาเที่ยวพระราชวังนิมเฟนบุร์ก  ซึ่งอาคารที่สร้างขึ้นมาใหม่นี้จะสร้างเอาไว้ด้านหน้าของ พระราชวังนิมเฟนบุร์ก   นอกจากนี้ Joseph Wffner    ยังได้มีการสร้างอาคารในส่วนที่เป็นที่พักของบรรดาข้าราชการหรือเหล่าขุนนางทั้งหลายที่จะต้องมาดูแล กษัตริย์แห่งบาวาเรีย ในช่วงที่พระองค์มาพักร้อนอยู่ที่นี่ 

        โดยที่พักของบรรดาเหล่าขุนนางนั้นจะสร้างเป็นลักษณะของกำแพงล้อมรอบตัวพระราชวังอีกขั้นหนึ่งเป็นเสมือนป้อมปราการให้กับกษัตริย์ซึ่งอยู่ตรงกลาง  ที่สำคัญสไตล์การตกแต่งและการออกแบบนั้นเน้นการตกแต่งสไตล์บาโรก  สำหรับการออกแบบใหม่ที่เพิ่มขึ้นมานี้เองสถาปนิกJoseph Wffner  ได้มีการตั้งชื่อว่าเมืองในอุดมคติ  

         โดยนำแนวหลักความคิดของการดูแลคนในครอบครัวขนาดใหญ่ที่มาอาศัยอยู่รวมกันซึ่งตรงพระราชวังซึ่งเป็นตรงกลางนั้นก็คือสถานที่ที่พ่อกับแม่อยู่และบรรดาอาคารที่พักของเหล่าขุนนางที่ล้อมรอบพระราชวังเอาไว้นั้นก็คือบรรดาบ้านของลูกๆที่คอยดูแลพ่อกับแม่ยามแก่เท่านั้นเอง

         ภายในพระราชวังทั้งของเดิมและของใหม่นั้นจะมีการนำเครื่องประดับมาตกแต่งมากมายโดยเครื่องประดับที่นำมาใช้ตกแต่งพระราชวังและอาคารของราชวงศ์นั้นถูกผลิตมาจาก  Nymphenburg porcelain Manufactory นอกจากนี้ยังมีการนำเครื่องกระเบื้องปั้นมือมาประดับตกแต่งให้เกิดความสวยงามอีกด้วย 

     สำหรับ Nymphenburg porcelain Manufactory นั้นก็คือ โรงงานที่สร้างขึ้นมาเพื่อสำหรับผลิตและประดิษฐ์อุปกรณ์ทุกอย่างที่จะเอาไว้ใช้ในการตกแต่งทั้งภายนอกและภายในพระราชวังนั่นเอง 

       นอกจากนี้บริเวณด้านนอกพระราชวังนั้นยังมีพื้นที่มากมายหลายเอเคอร์ซึ่งเอาไว้สำหรับปลูกต้นไม้เป็นสวนขนาดใหญ่นอกจากนี้ยังมีทะเลสาบซึ่งอยู่ตรงบริเวณด้านหน้าพระราชวังตรงกลางทะเลสาบนั้นมีภูเขาหินซึ่งประดับประดาตกแต่งเอาไว้อย่างสวยงามแม่แต่ว่าถ้าเกิดว่าคุณเดินทางมาเที่ยวที่พระราชวังแห่งนี้รับรองเลยว่าเดินวันเดียวก็ไม่ทั่วถึงอย่างแน่นอน

 

สนับสนุนโดย.    ufabet สมัคร